China Power | Economy | East Asia

slot เติม ผ่าน wallet1️⃣LOOK618: The Real Cause of China’s Alibaba Crackdown

918kiss slotxo1️⃣M98,918kiss slotxo1️⃣M98,STPI ข่าวดีเริ่มปรากฏขึ้นเรื่อยๆ แล้วนะ สำหรับหุ้นตัวนี้ ล่าสุดประกาศประกาศรับงานเพิ่มเติมที่ออสเตรเลียอีก 3 พันล้านบาท ทำให้ backlog ในมือสูงขึ้นเป็น 1.1 หมื่นล้านบาท และกำลังรองานสำคัญที่เข้าประมูลอีก 3 หมื่นล้านบาท ล้วนเป็นงานที่บริษัทถนัด และเป็นทั้งลูกค้าเก่า หรือใหม่เข้ามา เด็กแนวเคยบอกว่าหุ้นตัวนี้แม้ในช่วงที่ผ่านมาหมดปัจจัยบวกSET ปิด 1,297.34-3.64ส่วนรายได้รวมปีนี้บริษัทตั้งเป้ารายได้รวมอยู่ที่ 2 หมื่นล้านบาท หรือเติบโต 67% จากปีก่อนที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 1.19 หมื่นล้านบาท โดยรายได้ในปีนี้จะมาจากรายได้จากการขายโครการแนวราบ 9 พันล้านบาท รายได้จากโครงการคอนโดมิเนียม 7.5 พันลินบาท ซึ่งในจำนวนนี้เป็นยอดขายรอโอน (Backlog) 4.77 พันล้านบาท โดยเป็นแนวราบ 1 พันล้านบาท และคอนโดมิเนียม 3.77 พันล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทยังจะมีรายได้จากการขายที่ดิน 1 พันล้านบาท และรายได้จากธุรกิจโรงแรมอีก 2.5 พันล้านบาท ทำให้รายได้ของบริษัทเป็นไปตามเป้าหมาย ทั้งนี้ บริษัท โคเบลโก้ มิลล์คอน สตีล จำกัด จะเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายเหล็กลวดเกรดทั่วไปและเกรดพิเศษ ขนาด 4.8 แสนตัน/ปี มูลค่าเงินลงทุน 6.79 พันล้านบาท ซึ่งการร่วมทุนดังกล่าวมาจากความต้องการใช้เหล็กลวดในกลุ่มประเทศอาเซียนที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ทางบริษัทและโกเบ สตีล ได้มองเห็นความสำคัญของความต้องการนี้ จึงได้ร่วมกันดำเนินการลงทุนเพื่อเป็นฐานการผลิตเหล็กลวดที่สำคัญของภูมิภาค และทางโกเบ สตีล จะเข้ามาช่วยสนับสนุนทางด้านกระบวนการผลิต เทคโนโลยี และการตลาด เพื่อผลิตเหล็กลวดเกรดพิเศษ โดยต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเป็นอย่างมาก ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อกลุ่มบริษัทสัญญาทองคำได้รับแรงหนุนจากสกุลเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ หลังจากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) ระบุว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของ ISM เดือนม.ค.อยู่ที่ระดับ 48.2 แม้ว่าดัชนี PMI เดือนม.ค.ขยับขึ้นจากเดือนธ.ค.ที่ระดับ 48 แต่ดัชนี PMI ที่อยู่ต่ำกว่าระดับ 50 บ่งชี้ว่าภาคการผลิตยังคงอยู่ในภาวะหดตัว อันเนื่องมาจากผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่อ่อนแอ และการแข็งค่าของดอลลาร์ เรามองว่าหุ้นอาร์เอสมีราคาถูกเกินไปเมื่อเทียบกับพื้นฐานของบริษัท และเรามั่นใจในอนาคตของบริษัทที่มีแนวทางการดำเนินธุรกิจที่ตอบโจทย์ความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมสื่อของเมืองไทย ดังนั้น การซื้อหุ้นบริษัทคืนก็น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีและความเสี่ยงมีจำกัด นี่จึงเป็นที่มาของการที่บริษัทตัดสินใจที่จะซื้อหุ้นของตัวเองคืนจากตลาดหุ้น ผมเชื่อว่าจะเป็นสัญญาณที่ดีในการสร้างความเชื่อมั่นกับผู้ถือหุ้น ในยามที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวมากนัก ถึงความมั่นใจในแผนงานและอนาคตของบริษัท อีกทั้งเป็นการตอกย้ำว่าปัจจุบันอาร์เอสมีงบการเงินที่แข็งแรง และมีสภาพคล่องเพียงพอ จึงทำให้เราตัดสินใจดำเนินการซื้อหุ้นคืนในครั้งนี้ นายดามพ์ กล่าวทิ้งท้ายทั้งนี้ คาดกำไรสุทธิของ TU ในปีนี้จะเติบโตอยู่ที่ 5,994 ล้านบาท (+8.8% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน) โดยรายการหลักมาจากค่าใช้จ่ายพิเศษในการเข้าซื้อกิจการบัมเบิ้ลบีที่หายไป (ค่าที่ปรึกษาทางการเงินและที่ปรึกษาทางกฎหมาย) การกลับมาเติบโตอีกครั้งของปริมาณขายทูน่าหลังถูกปรับฐานมาแล้วในปี 58 และค่าเงินบาทที่อ่อนตัว (สมมติฐานอยู่ที่ 36 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ)ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้นบริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) หรือ RSณ เวลา 10.30น. ราคาอยู่ที่ 9.30 บาท บวก 0.30 บาท หรือ 3.33% สูงสุดที่ 9.40 บาท ต่ำสุดที่ 9.05 บาท มูลค่าซื้อขายที่ 20.87 ล้านบาท ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยโดยรวมลบ 0.49%PTT มูลค่าการซื้อขาย 1,467.82 ล้านบาท ปิดที่ 223.00 บาท ลดลง 9.00 บาท,โดยเมื่อวันเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา ปรากฏว่ายอดจอง pre-sale ถล่มทลาย ซึ่งสรุปยอดจอง 1,500 ยูนิตเกือบหมดเกลี้ยง สวนทางเศรษฐกิจที่ซบเซานายชวนินทร์ บัณฑิตกฤษดา ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JWD เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้าอัตรากำไรสุทธิจะเติบโตในอัตราที่สูงกว่ารายได้ เนื่องจากมีต้นทุนทางการเงินลดลงและสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายด้านการขายและการตลาด (SG A) ได้ดีขึ้น โดยคาดว่าอัตรากำไรสุทธิจะไม่ต่ำกว่า 14% และอัตรากำไรขั้นต้นไม่ต่ำกว่า 35%สำหรับสินทรัพย์และหุ้นที่เข้าลงทุนนั้นได้ผ่านกระบวนการฟื้นฟูธุรกิจของประเทศโปรตุเกส ดังนี้ กรรมสิทธิ์ใน 2 โรงแรม คือ โรงแรม Tivoli Jardim (119 ห้อง) และโรงแรม Tivoli Sintra (77 ห้อง) ,ห้องจัดเลี้ยง ห้องประชุม สิ่งอำนวยความสะดวกของโรงแรม Tivoli Lisboa (306 ห้อง) และกรรมสิทธิ์ในที่ดินขนาด 31.9 ตารางเมตร ซึ่งตั้งอยู่ข้างโรงแรม Tivoli Lisboaขณะที่ราคาหุ้นก็ลงมารับรู้แล้วระดับ 40% เด็กแนวว่าตรงนี้จึงเหมาะสำหรับการเข้าเก็งกำไรอิงข่าวงบฯไตรมาส4 และ PE หุ้นที่ไม่สูงเกินไป。 อนึ่งก่อนหน้านี้ องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศให้ ไวรัสซิกา ซึ่งมีการแพร่ระบาดอย่างหนักในบราซิลและประเทศอื่นๆในภูมิภาค เป็น ภัยฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระดับโลก โดยนับเป็นการประกาศเตือนภัยครั้งแรกนับตั้งแต่วิกฤติอีโบลาที่แพร่ระบาดในแอฟริกาตะวันตกเมื่อปี 2557 ลีสซิ่งกสิกรไทย ตั้งเป้าปีนี้ปล่อยสินเชื่อ 7.3 หมื่นลบ. ดันยอดคงค้าง 9.1 หมื่นลบ. Catalyst : เปลี่ยนแปลงนโยบายจ่ายเงินปันผล จากเดิมร้อยละ 30 ขึ้นสู่ ร้อยละ 50 โดยเราคาดเงินปันผล 2H15 ที่ราว 1.20 บาทต่อหุ้นหรือสูงถึง 4.7%, SET พรุ่งนี้ทรงตัว จับตางบบริษัทจดทะเบียน-ตัวเลขศก.ต่างประเทศธนาคารกลางจีนได้อัดฉีดเงิน 5 หมื่นล้านหยวนเข้าสู่ตลาดการเงินในวันนี้ ผ่านข้อตกลงซื้อพันธบัตรโดยมีสัญญาขายคืน (reverse repo) ระยะ 14 วัน และอีก 5 หมื่นล้านหยวนผ่าน reverse repo ระยะ 28 วันสำหรับการซื้อหุ้นคืนในครั้งนี้จะใช้วงเงินประมาณ 470 ล้านบาท เพื่อซื้อหุ้นคืนผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเป็นจำนวน 50.70 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 5.02% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้ว โดยมีกำหนดเวลาซื้อคืน 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ จนถึงวันที่ 24 สิงหาคม 2559 ซึ่งราคาเป้าหมายสูงสุดที่นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ให้ไว้ในตลาดอยู่ที่ 17.20 บาท ซึ่งสูงกว่าราคาหุ้นอาร์เอสในปัจจุบันถึง 91% (เปรียบเทียบจากราคาปิด ณ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559) ทั้งนี้คาดการณ์ว่า ภายหลังโครงการซื้อหุ้นคืน จะส่งผลให้กำไรต่อหุ้น (Earnings per share) และ ROE (Return on Equity) ของบริษัทเพิ่มขึ้นส่วน SEDF มีส่วนทุนของกิจการ 2.64 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือราว 67 ล้านบาท ดำเนินธุรกิจลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ รวม 3 เมกะวัตต์ในญี่ปุ่น และ SETK มีส่วนทุนของกิจการ 7.43 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือราว 188 ล้านบาท ดำเนินธุรกิจลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 10 เมกะวัตต์ในญี่ปุ่น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดกระแสข่าวลือในวันนี้ (2 ก.พ.) ถึงประเด็นที่ Industrial and Commercial Bank of China Limited(ICBC) ซึ่งเป็นธนาคารขนาดใหญ่ติดอันดับ 1 ใน 3 ของประเทศจีนอยู่ระหว่างพิจารณาการเข้าซื้อหุ้นใน บริษัท ลีซ อิท จำกัด (มหาชน) หรือ LITJ(ราคาปิดภาคเช้า 3.64)。

นอกจากนี้ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ยังอนุมัติจัดตั้งบริษัทย่อย 1 แห่ง ภายใต้ชื่อบริษัท เจ.เอส.พี.จงเทียน จำกัด โดยได้มีการจดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 29 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นประเภทธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท โดยบริษัทถือหุ้น 99.99% ทั้งนี้ เพื่อใช้รองรับโครงการในอนาคตทั้งนี้ บริษัท โคเบลโก้ มิลล์คอน สตีล จำกัด จะเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายเหล็กลวดเกรดทั่วไปและเกรดพิเศษ ขนาด 4.8 แสนตัน/ปี มูลค่าเงินลงทุน 6.79 พันล้านบาท ซึ่งการร่วมทุนดังกล่าวมาจากความต้องการใช้เหล็กลวดในกลุ่มประเทศอาเซียนที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ทางบริษัทและโกเบ สตีล ได้มองเห็นความสำคัญของความต้องการนี้ จึงได้ร่วมกันดำเนินการลงทุนเพื่อเป็นฐานการผลิตเหล็กลวดที่สำคัญของภูมิภาค และทางโกเบ สตีล จะเข้ามาช่วยสนับสนุนทางด้านกระบวนการผลิต เทคโนโลยี และการตลาด เพื่อผลิตเหล็กลวดเกรดพิเศษ โดยต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเป็นอย่างมาก ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อกลุ่มบริษัท,ราคาหุ้นบริษัท ทีอาร์ซี คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือTRCปิดตลาดอยู่ที่ 2.18 บาท ลบ 0.02 บาท หรือ 0.91% สูงสุด 2.24 บาท ต่ำสุด 2.16 บาท มูลค่าการซื้อขาย 38.90 ล้านบาทอนึ่ง บริษัท รูเก้นฟิช เอจี จำกัด เป็นผู้นำตลาดอาหารทะเลกระป๋องในประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์ ฮาเวสต้า (Hawesta) ผู้นำแบรนด์อาหารทะเลกระป๋อง โดยมีผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ ปลาเฮอร์ริ่ง ปลาแมคเคอเรล และปลาแซลมอน ทั้งแบบสดและแช่เย็น ซึ่งจัดจำหน่ายไปยังผู้ค้าปลีกชั้นนำทั่วประเทศเยอรมนี ภายใต้แบรนด์หลัก ได้แก่ รูเก้นฟิช , ฮาเวสต้า , ออสต์เซย์ฟิช , ไลเซลล์ เป็นต้นนอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงดันจากผลประกอบการที่ย่ำแย่ของบริษัทพลังงานรายใหญ่ของยุโรป โดยบีพีเปิดเผยว่า บริษัทประสบภาวะขาดทุน 6.5 พันล้านดอลลาร์ในปีที่แล้ว นอกจากนี้ บริษัทยังระบุว่าจะปลดพนักงาน 7 พันคนภายในปลายปีหน้า หรือราว 9% ของพนักงานทั้งหมด ,สำหรับปัจจัยอื่น ๆ จากต่างประเทศในวันนี้ยังไม่มีน้ำหนักต่อตลาดหุ้นไทยอย่างมีนัยสำคัญ และตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชียวันนี้ดัชนีฯเคลื่อนไหวทั้งแดนบวกและลบคละกันอนึ่ง นายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง หรือเสี่ยจืด อายุ 50 ปี เสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ หลังนั่งรถยนต์ยี่ห้อเลกซัส 470 สีดำ ทะเบียน ภฉ 1889 กรุงเทพมหานคร ซึ่งมี พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต รมช.พาณิชย์ และอดีต ส.ส.นครสวรรค์ เป็นคนขับ ก่อนประสบอุบัติเหตุชนต้นไม้บริเวณตรงข้ามถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ซอย 61 แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กทม.เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.58DTAC มูลค่าการซื้อขาย 897.08 ล้านบาท ปิดที่ 34.75 บาท ลดลง 0.75 บาทนายจรูญพันธุ์ วัฒนวงศ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ระบุในวันนี้(1 ก.พ.) ว่า เช้านี้ราคาหุ้น TTA และ PSL ปรับตัวขึ้น คาดว่าจะเป็นผลจากที่ราคาหุ้นได้ปรับตัวลงไปมากแล้ว ทำให้นักลงทุนเห็นว่าราคาลงต่ำจึงได้เข้ามาเล่นบ้าง แต่โดยพื้นฐานแล้วยังไม่ใช่เวลาที่จะเข้าลงทุน เนื่องจากหากดูภาวะตลาดเรือจะเห็นได้ว่า ค่าระวางเรือได้ลงมาต่ำมาก ทำให้แนวโน้มผลประกอบการของทั้งสองบริษัทคงจะไม่ดี,918kiss slotxo1️⃣M98,อย่างไรก็ตาม ประชาชนอย่าตื่นตระหนก ประเทศไทยไม่ใช่พื้นที่ระบาดของโรค แต่ละปีมีผู้ป่วยเฉลี่ยปีละ 5 คน โรคนี้ส่วนใหญ่ป่วยแล้วหายได้เอง อาการโรคไม่รุนแรง ไม่มีอันตรายถึงแก่ชีวิต มีปัญหาเฉพาะกับหญิงตั้งครรภ์ อาการที่พบบ่อย ได้แก่ มีไข้ ออกผื่น ตาแดง ปวดข้อ ส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรง อาการเหล่านี้ทุเลาลงภายในเวลา 2-7 วัน ได้เองแนวต้าน : 2.74 และ 2.80แนวรับ : 1,292 และ 1,290ทั้งจำนวนเที่ยวบินและจำนวนผู้โดยสารมีโอกาสไม่เป็นไปตามคาด อีกทั้งราคาหุ้นปัจจุบันยังสูงกว่าพื้นฐานปี 2558/59 (สิ้นสุด ก.ย. 59) ที่ 360 บาท (อิงวิธี DCF) ซึ่งสะท้อนเป็น PER 58/59 สูงถึง 31x และ Div. yield เหลือเพียงปีละ 1.42% และ Overvalued จึงปรับลดคำแนะนำจาก ซื้อ เป็น ขาย ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดทะยานขึ้นในวันนี้ โดยดัชนีนิกเกอิปิดพุ่งขึ้น 346.93 จุด หรือ +1.98% ที่ระดับ 17,865.23 จุด ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดในรอบราว 1 เดือนหลังจากที่ตลาดหุ้นทั่วโลกพุ่งขึ้นเป็นส่วนใหญ่ ขานรับธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ที่ตัดสินใจใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบสำหรับสถานบันการเงินต่างๆที่นำเงินมาสำรองฝากไว้กับ BOJยังคงแนะนำกลยุทธ์การลงทุนในหุ้นชุดเดิมคือ 1) ชุดหุ้น Big cap ที่จ่ายปันผลสูง เช่น กลุ่มธนาคารฯ เลือก KTB เป็นตัวเด่น 2) กลุ่มหุ้นที่มีโอกาสถูกซื้อกลับหลังจากปรับฐานเช่น กลุ่มท่องเที่ยวเลือก CENTEL เป็น Top pick และ 3) หุ้นกลุ่มที่คาดผลประกอบการไตรมาส 4/58 โดดเด่น เช่น TPCH KAMART MTLS และ MCS NWR ได้งานรับเหมาช่วงโรงไฟฟ้ากังหันก๊าซมูลค่า 375.57 ลบ.นายชัยรัตน์ กล่าวถึงธุรกิจรับเหมาก่อสร้างภายใต้ PREB ว่า ในปีนี้บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโต 15-20% โดยจะมีการรับรู้รายได้จากงานเข้ามาราว 4 พันล้านบาท จากมูลค่างานในมือ (Backlog) ที่มีอยู่ 7.5 พันล้านบาท อีกทั้งบริษัทยังเข้าประมูลงานเพิ่มเติมอีก 4-5 โครงการ มูลค่ารวมราว 6 พันล้านบาท คาดหวังจะได้รับงานในสัดส่วน 50% ของมูลค่าทั้งหมดที่เข้าประมูล Catalyst: ภาวะตลาดผันผวน แนะนำแบ่งลงทุนในหุ้นธนาคารที่มีเงินปันผลสม่ำเสมอ คาด BBL ประกาศจ่ายเงินปันผลในช่วงเดือนเม.ย.โดยคาดเงินปันผลที่ระดับ 6.33 บาทต่อหุ้นหรือ 4.2% PTT เตรียมปิดซ่อมบำรุง 4 แห่งปีนื้ ส่งผลให้ปริมาณก๊าซหายบางช่วง ,ขณะที่บริษัทประสบความสำเร็จกับการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน และคาดว่าจะมีการใช้สิทธิแปลงใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหุ้นสามัญ (วอแรนท์) PSTC-W1 ได้ตามเป้าหมาย เนื่องจากผู้ถือหุ้นให้ความเชื่อมั่นต่อทิศทางดำเนินงานของบริษัทจึงได้ใช้สิทธิเพิ่มทุนมากกว่าจำนวนหุ้นที่เสนอขาย โดยคาดว่าจะสามารถระดมทุนได้ประมาณ 1,100 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินจากขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 880 ล้านบาท และการใช้สิทธิแปลงวอแรนท์ PSTC-W1 ในอนาคตอีก 220 ล้านบาท และเมื่อรวมกับเงินลงทุนเดิมที่ PSTC จัดเตรียมไว้อีก 120 ล้านบาท จึงทำให้ PSTC มีศักยภาพและความพร้อมด้านเงินทุนเพื่อรุกขยายธุรกิจพลังงานทางเลือกได้ทุกรูปแบบธนาคารกลางจีนประกาศอัดฉีดเม็ดเงิน อีก 1 แสนล้านหยวนเข้าสู่ตลาดการเงินผ่านการดำเนินงานทางตลาดเงินในวันนี้ เพื่อป้องกันวิกฤตสภาพคล่องก่อนวันหยุดยาวในช่วงเทศกาลตรุษจีน ซึ่งจะเริ่มขึ้นในวันที่ 7 ก.พ.นี้ ผ่านข้อตกลงซื้อพันธบัตรโดยมีสัญญาขายคืน (reverse repo) ระยะ 14 วัน และอีก 5 หมื่นล้านหยวนผ่าน reverse repo ระยะ 28 วัน? ฮั่งเส็งปิดเช้าร่วง 483.44 จุด หวั่นน้ำมันดิ่งฉุดศก.โลกทั้งนี้ โครงการนี้สามารถรับรู้รายได้ในทันที เนื่องจากมีการจ่ายไฟฟ้าแล้ว โดยประเมินกำไรจากการรับรู้กำไรที่จำนวน 8 mw (ที่เหลือ 1.9 mw ไว้ใช้ในโรงงานและหักค่า error) จะมีกำไรปี 59 ที่ 160 ล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทกำลังอยู่ในระหว่างศึกษาการเข้าลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าอีก 1 โครงการโดยจะมีรายละเอียดแจ้งให้ทราบในครั้งต่อไปทั้งนี้ การเข้าลงทุนดังกล่าวสอดคล้องกับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจของบริษัท และ BPCG ในการลงทุนในธุรกิจพลังงานทดแทน เพื่อเพิ่มมูลค่าของกิจการและกระจายความเสี่ยงของรายได้。

Political intrigue? Personal grudges? There’s a more basic cause for Alibaba’s ill fortune: The company threatens China’s monetary authority.

The Real Cause of China’s Alibaba Crackdown
Credit: Depositphotos

On August 23, the Central Commission for Discipline Inspection announced an anti-corruption investigation targeting Zhou Jiangyong, the party secretary of Hangzhou. Hangzhou is the city where the famous tech monolith Alibaba and its subsidiary Ant Group are headquartered, and Zhou’s fall is reportedly associated with scandals of his family members covertly holding a great amount of Ant Group’s shares.

The news certainly deals another blow to Alibaba’s already precarious position. Since the $37 billion IPO of Ant Group, predicted to be the largest IPO in the world if successful, was abruptly suspended by regulators last November, Alibaba and its founder Jack Ma have been continuously under enormous political pressure. Some observers attribute Alibaba’s current predicament to Ma’s defiant attacks on the financial regulators of China before the IPO. Others describe Alibaba’s experience more generally as an example of the crackdown on the private sector by the Chinese Communist Party, which is increasingly reasserting control over the economy.

However, very few have elaborated how exactly Alibaba and its mobile payment system, Alipay, might generate financial risks, and what specific problems they create for the regulators. Nor do many link Alibaba’s drama to another hot spot: the issuance of digital renminbi by the People’s Bank of China (PBOC). In fact, as this article will try to illustrate, the two stories are deeply related. The tension between Alibaba and the monetary authority of China lies in the nature of a privately operated mobile payment system.

In the early 2010s, Alipay, originally a payment processor that Alibaba created to facilitate online shopping transactions, grew into the largest mobile payment platform in the world, thanks to the widespread use of smartphones in China. Alipay significantly improves the efficiency and convenience of money transactions: People who put money in their Alipay accounts simply use their smartphones to scan each other’s QR code, and the transactions will be immediately processed, exempting them from the troubles of using cash or cards. If they want, they can also withdraw the money back to any bank account they choose to link with Alipay at any time. Gradually, people from all walks of life in China started using Alipay for their daily monetary transactions. In restaurants, shopping malls, or supermarkets, one can see Alipay’s QR code everywhere. It is no wonder that some exclaim that in China even beggars accept Alipay.

Behind the pervasive use of Alipay, however, is a thrillingly delicate financial arrangement. In China, the fiat currency is renminbi (RMB), whose supply is exclusively controlled by PBOC. Things become a little different if a person puts RMB in her Alipay account and uses it for transactions. When this person scans the QR code and transfers a set number to another Alipay account, she has every reason to believe that she is using RMB – but she is not. Instead, Alipay users are transferring a currency issued by Alibaba, whose exchange rate with the RMB happens to be 1:1. What endorses this invisible currency and maintains the 1:1 exchange rate is Alibaba’s own RMB reserves.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

If this sounds confusing, then just imagine the most extreme scenario – if Alibaba goes bankrupt. The numbers in an Alipay account would be worth nothing. Users would not be able to convert those numbers back to RMB, unless the government intervenes.

To those familiar with monetary theories, this should come as no surprise. They would say that the numbers in an Alipay account constitute what economists call “checkable deposits,” which are part of the monetary supply that any normal commercial bank can influence. Therefore, they do not distinguish using Alipay from swiping a debit card issued by a bank, except the former requires a QR code while the latter a POS machine. This argument may be true in theory, but three problems complicate the situation of Alipay in reality.

The first, and the most obvious, problem is that Alibaba is not a commercial bank, and therefore not covered by the conventional regulatory system that applies to banking. While a commercial bank must face scrutiny by the central bank and other financial regulators –for example, regularly reporting its reserves – Alibaba as a tech company is free from such supervision. Hence, by managing a mobile payment system without much constraint, Alibaba has gained a dangerous privilege in the financial system. The central bank is understandably concerned about it. What if Alibaba began to manipulate its currency through the Alipay system by, for instance, boosting some people’s Alipay accounts to curry favor with them? The numbers can be created out of thin air without being backed by real RMB, but they have real purchasing power. China’s regulators would not be able to detect or stop such irregularities in time.

The second problem, not surprisingly, is Alipay’s extreme popularity. PBOC must be ill at ease with the massive use of a private mobile payment system. After all, how can the monetary authority uses its policies to effectively maintain financial and economic stability if the majority of grassroot transactions in China take place through a non-RMB currency? It is totally foreseeable that, left unchecked, the business of Alipay will continue to grow, and one day the central bank might need Alibaba’s support or even approval in order to achieve its monetary policy objectives. PBOC cannot tolerate such a possibility.

The third problem, unique in the context of China, is that Alibaba is not state-owned. The Chinese government has much weaker control over tech companies like Alibaba than over financial institutes such as the “Big Five” banks. What makes things worse is that Alibaba has gone public in the United States, so any global investor can become a shareholder of Alibaba and therefore (in theory, at least) have a say in the operation of the company. Through this mechanism, it is possible for foreign powers to influence the Alipay system. There is no doubt that Chinese financial regulators are growing more vigilant about such risks as the political relationship between China and the United States keeps deteriorating.

PBOC is aware of these problems, but it does not have the option of rolling back the already full-fledged mobile payment. Using mobile payment has already become a business norm in China, and reversing it would likely inflict substantial pain on the economy and cause unnecessary panic. So how can PBOC encounter the financial risks of mobile payment while simultaneously leave its benefits intact? An intuitive solution emerges: PBOC should issue and promote its own mobile payment system.

Thus, it is no coincidence that China, as the largest market of mobile payments, also becomes the first major economy in the world to implement a digital sovereign currency. Publicly, the central bank always depicted the issuance of the digital RMB as a preemptive move against the surging popularity of foreign digital currencies such as Bitcoin. However, according to people familiar with the matter from the state-owned banks authorized to promote digital RMB, a clear goal of PBOC was to weaken the oligarchy status of private mobile payments in the market. However, to the surprise of many, PBOC eventually chose to incorporate Alipay as one of the issuance platforms. By turning competition into integration, PBOC is obviously attempting to merge private mobile payments into its own system and effectively regain control over monetary supply.

While PBOC is trying a market-friendly solution, Alibaba and its leader’s own words and deeds turned things into a bad direction. It is widely reported that Alibaba refused to share customer information with the government, an uncooperative attitude that would certainly be interpreted by the monetary authority as arrogant and threatening. In addition, as already noted, Jack Ma publicly accused the Chinese government of overregulation over the financial sector, tempting PBOC to impose some real regulations. All these developments worsened the innate conflict between Alibaba and PBOC, which finally boiled over when Alibaba wanted to further consolidate its grip on the financial sector by through Ant Group’s IPO.

Now the political wind is against Alibaba and will continue to be so. No matter how much ground Alibaba concedes, the inherent tension between a private mobile payment system and a public monetary authority does not easily go away. As long as PBOC pushes forward its digital RMB, Alipay, as well as other private mobile payments, will have no choice but to be integrated into one state-controlled mobile payment system. What remains to be seen is just how painful that transition will be.