Flashpoints | Security

jumbo joker: Will a ‘Digital Military’ Change War?

royal gclub ฟรี เครดิต1️⃣LOOK618,อย่างไรก็ตาม อัตราเงินเฟ้อที่ติดลบต่อเนื่องนั้น โอกาสจะเข้าสู่เงินฝืดยังอยู่ในระดับต่ำ และเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะปรับตัวดีขึ้นจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่มีการเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนAOT (BUY:[email protected]) : ธุรกิจท่องเที่ยวสดใส ขณะที่ทั้งปี 58-59 คาดกำไรจากธุรกิจหลักโตเฉลี่ยปีละ 16% จากการเติบโตของสายการบิน Low Cost ตามจำนวนนักท่องเที่ยวจีน เกาหลีและกลุ่มอาเซียนที่เพิ่มต่อเนื่อง อีกทั้งยังมีแผนลงทุนขยายสนามบินเพื่อรองรับการเติบโตของผู้โดยสารในระยะยาว + มี Upside 18.7% จึงแนะนำ ซื้อ ,S50Z15/850.70IMPACT(+) SCC TRUE SCB PTTEP PTT CPF PTTGC CPN IRPC BJC GLOW INTUCH IVL S AOT KTB DELTA BTSสรุปหุ้น10อันดับแรกที่หนุนดัชนีเช้านี้ (30ก.ย.),ด้านนายยงยุทธ ชัยพรหมประสิทธิ์ ประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของ AQ กล่าวว่า บริษัทเปิดแผนรุกพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แนวราบในครึ่งปีหลัง ตามแนวทางการดำเนินธุรกิจ Blueprinting Your Future ที่มุ่งสร้างสรรค์และพัฒนาโครงการที่ตั้งอยู่ในทำเลที่ดี ออกแบบอย่างสวยงาม ให้สามารถอยู่อาศัยได้ยาวนาน และยังสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่เจ้าของได้ในอนาคต การขายหุ้นครั้งนี้ไม่มีผลกระทบต่อโครงสร้างการบริหารในองค์กร เพียงต้องการให้ลูกๆ ที่มีประสบการณ์ในธุรกิจนี้ดีอยู่แล้ว ได้เข้ามามีส่วนร่วมเป็นเจ้าของกิจการอย่างเป็นทางการ เรายังมีคณะผู้บริหารและคณะกรรมการบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ในอุตสาหกรรมยานยนต์เป็นอย่างดี ที่จะร่วมกันสร้างความสำเร็จและการเติบโตที่ยั่งยืนให้กับบริษัทฯ และสร้างผลตอบแทนที่ดีให้ผู้ถือหุ้นทุกคน ไปก่อน ส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 21.70 บาท Consensus คาดกำไรสุทธิปี 58-60 ขยายตัวแข็งแกร่งที่อัตราเฉลี่ย 25% ต่อปี วานนี้ตลาดหุ้นไทยรีบาวด์กลับมาได้ และเห็นแรงซื้อจากสถาบันตามคาดเมื่อระหว่างวันดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับลงไปใกล้ระดับ Consensus P/E ที่ 14.6 เท่า หรือ 1340 จุด อย่างไรก็ดีวันนี้เริ่มเห็นการปรับขึ้นชะลอตัวลงทั้งนี้การทำรายการดังกล่าวมีเงื่อนไขที่บริษัทต้องได้รับความยินยอมจากธนาคาร กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และ ธนาคารซี ไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) ตามเงื่อนไขในสัญญากู้ยืม บริษัทขอเรียนให้ทราบว่า ธนาคารฯ ได้ให้ความยินยอมให้บริษัทเข้าทำรายการดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว และระหว่างวันที่ 24 -25 ก.ย. 58 บริษัทได้ทำรายการจำหน่ายหุ้นสามัญ ของ WCIH โดยได้รับชำระเงินค่าหุ้น เป็นเงินจำนวน 495 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ไม่มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารและกรรมการของ WCIH แต่ประการใด มีสัญญาณบ่งชี้ว่า รัฐบาลจีนได้เตรียมความพร้อมสำหรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจในรูปแบบใหม่ และเตรียมพร้อมที่จะปรับตัวให้เข้ากับเศรษฐกิจที่ขยายตัวในเชิงปริมาณ ไปสู่การขยายตัวในเชิงคุณภาพ รายงานของ WEF ระบุ สำนักข่าวซินหัวรายงานทั้งนี้ 6 โครงการคุณภาพที่เข้าร่วมรายการได้แก่ ด้านกลยุทธ์การลงทุนในไตรมาส 4/58 บล.เออีซี แนะนำเพิ่มน้ำหนักลงทุน 5 กลุ่ม ได้แก่ ก่อสร้าง, สื่อสาร, วัสดุก่อสร้าง (Small Cap), ค้าปลีก และกลุ่มเช่าซื้อ ขณะเดียวกันได้ให้น้ำหนักต่ำกว่าตลาดในกลุ่มอาหาร, เกษตรและธนาคาร นอกจากนี้ ปรับกลุ่มบันเทิงและสื่อสิ่งพิมพ์เพิ่มจาก Underweight เป็น Neutral เนื่องจากราคาหุ้นมีการสะท้อนปัจจัยลบไปแล้วนอกจากนั้น บริษัทยังต้องลุ้นว่าผลประกอบการทั้งปีจะพลิกกลับมาเป็นกำไรได้หรือไม่ หลังจากแม้ครึ่งปีแรกจะมีผลขาดทุนราว 37 ล้านบาท แต่แนวโน้มไตรมาส 3/58 น่าจะดีขึ้นบ้าง ถึงอาจจะยังเป็นบวกไม่มากนัก และเชื่อว่าครึ่งปีหลังธุรกิจนายหน้าค้าหลักทรัพย์ และธุรกิจแฟคตอริ่งน่าจะฟื้นตัวดีขึ้นเรื่อยๆ มาช่วยหนุนผลประกอบการประกอบกับ บริษัทมีแผนเปิดสาขาจำหน่ายอุปกรณ์เสริมสำหรับสมาร์ทโฟนและแท็บเลต หรือโซน ITEM ซึ่งจะเน้นด้าน GADGET ตั้งเป้า 10 สาขา ใช้เงินลงทุนสาขาละ 3 ล้านบาท คาดว่าจะเริ่มเปิดให้บริการในไตรมาส 2/59 โดยมองว่าจะช่วยตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการซื้อสินค้าอุปกรณ์เสริมมากขึ้น และคาดว่าจะเพิ่มรายได้เป็นเท่าตัว จากเดิมที่มีเพียงการขายโทรศัพท์มือถือผ่านหน้าร้าน Jaymart ต่อสาขาอยู่ที่ 1 ล้านบาท、นอกจากนี้ บริษัทยังมองหาโอกาสที่จะเข้าซื้อกิจการใหม่ ๆ เพิ่มเติมอีก โดยเน้นธุรกิจรีเทล ซึ่งถือว่าเป็นจุดเด่นและจุดแข็งของบริษัท แต่อย่างไรก็ตาม บริษัทก็ไม่ได้เร่งรีบในการเข้าซื้อกิจการเข้ามา แต่จะเน้นการบริหารกิจการที่มีอยู่ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง และมีรายได้เข้ามาอย่างมั่นคงก่อนทั้งนี้ สินเชื่อรวมของธนาคาร 8 เดือนแรกของปีนี้เติบโตแล้ว 15% ทำให้ธนาคารมั่นว่าปีนี้สินเชื่อจะเป็นไปตามเป้าหมาย ซึ่งปัจจุบันธนาคารมีสัดส่วนพอร์ตสินเชื่อแบ่งออกเป็น สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ 55% สินเชื่อเอสเอ็มอี 22% และสินเชื่อที่อยู่อาศัย 23%ราคาปิด 9.95 แนวรับ 9.60-9.40 แนวต้าน 10.20-10.40 , 10.80BEAUTY (BUY:[email protected]): ช่วง 2H58 แนวโน้มกำไรสดใสจากเข้าสู่ High Season โดยปี 58 คาดกำไรโต 28.4%YoY และโตต่อ 29%YoY ในปี 59 ด้วยแรงหนุนของการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายและความหลากหลายของสินค้าที่จะช่วยผลักดันการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม และผลจากการรับรู้ยอดขายจากขยายสาขาใหม่ๆ รวมทั้งรับรู้รายได้ในกลุ่ม CLMV ผ่านตัวแทนจำหน่าย + ปัจจุบันมี Upside 10% จึงคงแนะนำ ซื้อ。

royal gclub ฟรี เครดิต1️⃣LOOK618 ,NUSA (ราคาปิดภาคเช้า 1.09) SET ปิดทรงตัว KBANK มูลค่าซื้อขายสูงสุด 2.47 พันลบ.ขณะที่การเปิดโครงการใหม่ในช่วงปลายปีนี้อีก 2 โครงการ มูลค่ารวมราว 500 ล้านบาทนั้นคาดว่าจะไม่ได้ช่วยเพิ่มยอดขายมากนัก เพราะเปิดในช่วงปลายปี โดยโครงการที่จะเปิดใหม่ ประกอบด้วย โครงการบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ที่จ.ชลบุรี มูลค่าทั้งโครงการ 1 พันล้านบาท แต่จะเปิดเฟสแรกประมาณ 200 ล้านบาทในปลายปีนี้ก่อน ส่วนอีกโครงการ เป็นโครงการทาวน์เฮ้าส์ ที่สวนสยาม มูลค่า 300 ล้านบาท จำนวน 55 ยูนิต KBANK มูลค่าการซื้อขาย 2,473.43 ล้านบาท ปิดที่ 171.00 บาท ลดลง 4.00 บาทแนวรับ 3.18 แนวต้าน 3.50,นอกจากนี้ บริษัทยังคงแผนการลงทุนต่อเนื่องอีกราว 1.1 หมื่นล้านบาทในช่วง 3-5 ปีนี้ เพื่อขยายโรงพยาบาลแห่งที่ 2 บนถนนเพชรบุรี ที่มีที่ดินอยู่ราว 5 ไร่ ซึ่งสามารถเพิ่มเตียงให้กับโรงพยาบาลได้อีก 220 เตียง จากปัจจุบันมีอยู่ 520 เตียง และขยายโรงพยาบาลบริเวณท้ายซอยสุขุมวิท 1 ที่มีที่ดินอยู่ 4 ไร่ใกล้กับโรงพยาบาลเดิม โดยบริษัทเตรียมที่จะพัฒนาเป็นอาคารจอดรถสำหรับผู้ป่วยที่เข้ามารักษา และเพิ่มพื้นที่สำหรับการรักษาผู้ป่วยนอก จากปัจจุบันบริษัทสามารถรักษาผู้ป่วยนอกได้ 3,500-4,000 รายต่อวันเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวมากกว่าที่คาด โดยในช่วงต้นปีประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ(GDP)ของไทยจะเติบโต 4% แต่ขณะนี้ปรับลดลงเหลือเติบโตแค่ 2.7% ดังนั้น รายได้รวมของบริษัทจึงเป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจ ดัชนี SET ช่วงเช้าปิดบวก 1,352.57 (+3.73 จุด,+0.28%) กรอบ 1349-1356 มูลค่าการซื้อขาย 16,082.67 ลบ. เรียงลำดับมูลค่าการซื้อขาย BANK ICT TRANS ENERG FOOD CONMAT CONS COMM PROP ตามลำดับเป้าหมาย : 4.8,นพ.นำ ตันธุวนิตย์ ผู้อำนวยการด้านบริหาร บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมศึกษาการลงทุนตั้งศูนย์วินิจฉัยโรคในต่างประเทศเพิ่มเติม โดยเฉพาะใน 5 ประเทศที่เป็นลูกค้าหลักของโรงพยาบาล อาทิ กัมพูชา, ลาว, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และกาตาร์ หลังจากบริษัทได้ลงทุนเปิดศูนย์วินิจฉัยโรคในเมียนมาร์ ที่จะให้บริการได้ในช่วงปลายปีนี้ ถึงต้นปี 59กำหนดจุด stop loss เมื่อใกล้หลุด 4.56 บาท บรรยากาศดีขึ้น แต่ยังต้องระวังกระแสเงินทุนไหลออก บ่ายนี้น่าจะยืนเหือ 1,350 จุดได้ แรงกดดันจากการไหลออกของเงินทุนวันนี้เริ่มเบาลง สกุลเงินบาทแข็งค่าเล็กน้อย ตอนนี้กลับมาอยู่แถว 36.35 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่ในตลาดทุนก็เริ่มเห็นการเก้งกำไรหุ้นในกลุ่ม Domestic อย่างรับเหมาฯ และวัสดุก่อสร้างอีกครั้ง นอกจากนี้ก็มีแรงซื้อคืนในหุ้นกลุ่มกลุ่มพลังงานและสื่อสาร มองช่วงบ่ายตลาดน่าจะยังรักษา Momentum นี้ไว้ได้ และถ้าไม่มีแรงแอบขายตอน 4 โมงเย็นแบบเมื่อวาน ดัชนีก็น่าจะปิดเหนือ 1,350 จุดได้ อย่างไรก็ตามสำหรับแนวโน้มกระแสเงินทุนไหลออก ยังมีโอกาสที่จะกดดัน SET ในช่วงนี้อีก จากการคำนวนด้วยสมการถดถอยหากเงินบาทอ่อนไปที่ 37 บาทต่อดอลลาร์ ในทางสถิติอาจทำให้ SET Index ต้องลงทดสอบ 1,317 จุด ทริสฯยกเลิกอันดับเครดิตองค์กรของ TMB ตามที่ธนาคารต้องการ? SET Index ลงต่ออีก 6.7 จุด (-0.50%) ปิดภาคเช้าที่ 1,345.43 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 17,394 ล้านบาทอย่างไรก็ตาม นายชาร์ลส์ อีแวนส์ ประธานเฟด สาขาชิคาโก กล่าวว่า เฟดควรตรึงอัตราดอกเบี้ยใกล้ระดับ 0% เป็นเวลานานกว่าที่วางแผนไว้ พร้อมกับกล่าวว่าหากเฟดขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วเกินไป ก็จะสร้างความเสียหายหลายประการ ซึ่งรวมถึงชื่อเสียงของเฟดแนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (1 ต.ค.) ดัชนีฯมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปได้ต่อ เนื่องจากโมเมนตัมจากต่างประเทศดีขึ้น พร้อมให้แนวรับ 1,350-1,345 จุด ส่วนแนวต้าน 1,358-1,365 จุด ทั้งนี้ นักลงทุนยังคงให้ความกังวลเกี่ยวกับแรงขายของนักลงทุนต่างชาติ หลังจากที่เงินบาทอ่อนค่า และเศรษฐกิจไทยไม่ค่อยดี จากที่ตัวเลขส่งออกไทยติดลบราว 6% สถานการณ์พลิก! SET กลับเป็นบวก รับแรงซื้อหุ้นขนาดใหญ่ขณะที่ในอีก 3 เดือนข้างหน้า ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ประเมินว่าภาวะทางธุรกิจจะดีขึ้นจากปัจจุบัน สะท้อนจากดัชนีฯ ที่อยู่ระดับ 52.1 ปรับเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนที่อยู่ระดับ 49.9 และเป็นการปรับดีขึ้นเป็นเดือนแรกหลังจากที่ดัชนีฯ โน้มลง 3 เดือนต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี ดัชนีฯ ยังคงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต สะท้อนความกังวลที่ยังคงมีอยู่ต่อความชัดเจนในการฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจในระยะต่อไป。

The U.S. Space Force claims that it is in the process of delivering a “digital military branch.” Is it a contradiction in terms?

Will a ‘Digital Military’ Change War?
Credit: Depositphotos

According to General Jay Raymond, the head of the U.S. Space Force, America’s newest military branch is also on its way to becoming the world’s first fully digital armed service.?

Rather than a Tron-esque idea of soldiers fighting virtually in a purely digital battlefield, what Raymond was referring to — previously laid out in a Space Force vision statement — is somewhat more prosaic, emphasizing the need for the new service to be interconnected and innovative. In other words, the actual ambition is more or less to have a military service that works within the frameworks created by the current state of digital technology rather than adopting them piecemeal. The particular mission of Space Force lends itself naturally to networking — after all, Space Force personnel are expected to remotely operate satellite and reconnaissance platforms, rather than piloting space fighters or boarding enemy spacecraft. (For the foreseeable future, at least.) That stands in stark contrast to the marines, for example, who are still expected to operate in a world of very real mud and blood.

That contrast might make being a “digital service” an inherent quality rather than an aspirational goal. But the idea does raise the profound question of what military force means in an increasingly incorporeal world. After all, as every student of military history knows, war is politics by other means. And politics — not to mention commerce and virtually other element of human endeavor — is increasingly carried out in the digital realm. Why should war not follow suit?

To some extent, the answer depends on how central physical violence against human beings is to the concept of war. War in space and war in cyberspace have in common that human beings are not directly in the line of fire. As it stands, a war in space might be carried out entirely by remotely-controlled systems, and its targets might in turn be exclusively inanimate. Moreover, given the total reliance of space systems on links to the ground, the weapons themselves might be digital.?

In that sense, a “digital military” is simply a further extension of a longstanding trend: airplanes allowing soldiers to rain death on distant targets and return home; cruise and ballistic missiles putting the operator far beyond the horizon; armed UAVs allowing an operator sitting in a shipping container halfway around the world to observe a target for hours or days before deciding whether to end its life or not. The march of technology, it seems, allows us to abstract at least some of the warfighters ever-farther from the wars, or even to abstract the concept of war itself.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

But that is not to say that a war wholly contained to space, or to the digital realm, would be harmless to civilians. Disruptions to the civilian communications or network infrastructure — whether by physical destruction of satellites or successful attacks on networks — can very quickly create ripple effects through increasingly complex and fragile supply chains. We have had example after example in the last 18 months of how wide-ranging those impacts can be, even when it is in the interest of all parties to restore regular service as quickly as possible. It is hard to imagine an intentional disruption being quicker or easier to fix.

Moreover, abstracted warfare will not be any more immune from the potential for escalation than any other form of combat. With countries already struggling to define precisely how they might respond to a sufficiently damaging digital or space attack, leaving the possibility of uncontainable escalation open, no one should be under the impression that a war that begins in space or in cyberspace will remain there. There is no safe space where national interest can be advanced against the will of others without unintended consequences.

After all, we have just in the last few weeks witnessed a coalition of technologically unparalleled Western countries retreat in the face of a fundamentalist militia that — while not without its own technological and tactical innovations — was militarily weaker in every meaningful respect. Except, of course, in terms of its staying power and local knowledge, which in the event proved to be determinative.

It may indeed be necessary for militaries to become “digitally native” and prepared to contest every domain — physical, inhabited, or otherwise. But we should not mistake that for the ability to change or skirt the fundamental principles of war.