Features | Security

3win8 casino: Flashpoints and Arms Races to Watch in 2019

joker วอ เลท ไม่มี ขั้น ต่ํา 1️⃣2021,คำแนะนำของ ASLถือหรือซื้อระยะสั้น เน้นยืน 1,237 มีโอกาสกลับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านโดยเครื่องบินทิ้งระเบิดที่สามารถปล่อยขีปนาวุธได้ด้วยนั้น ได้ออกเดินทางจากฐานทัพในเกาะกวมไปยังฐานทัพอากาศโอซานของเกาหลีใต้ ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงโซลออกไปทางตอนใต้ราว 40 กิโลเมตร เพื่อเป็นการตอบโต้การทดสอบนิวเคลียร์ครั้งที่ 4 ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี (DPRK) หรือเกาหลีเหนือขณะเดียวกันราคาหุ้น บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TACC ปิดตลาดวันนี้อยู่ที่ 5.70 บาท บวก 0.55 บาท หรือ 10.68% ต่ำสุดที่ 5.15 บาท สูงสุดที่ 5.85 บาท มูลค่าซื้อขายที่ 194.66 ล้านบาท,อนึ่งเช้านี้ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) หยุดพักการซื้อขายหลักทรัพย์KAMARTหลังมีข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งว่าผู้บริหาร KAMART ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับผลการดำเนินงานของบริษัทว่ารายได้ในปี 2558 เติบโต 30% และมีความสามารถในการทำกำไรสูงสุดในรอบหลายปีที่ระดับ 200 ล้านบาท ซึ่งข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลสำคัญและอาจส่งผลกระทบต่อภาวะการซื้อขาย และการตัดสินใจลงทุนของหลักทรัพย์ดังกล่าว ทั้งนี้ SET ปิดตลาดที่ระดับ 1227.43 จุด, -16.75 จุด -1.35% ด้วยมูลค่าซื้อขายที่ระดับ 1.6 หมื่นลบ. กลุ่มหลักต่างปิดลบ โดย ICT แบงก์ และพลังงาน -2.4%, -1.7% และ -1.7% ตามลำดับ ด้านตลาดภูมิภาคลบระดับ 2-3%นอกจากนี้ กสท.เตรียมพิจารณาเรื่องร้องเรียนการออกอากาศของช่องรายการ อมรินทร์ทีวี มีเนื้อหาไม่เหมาะสม อาจขัดต่อมาตรา 37 แห่ง พ.ร.บ.การปะกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ และประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่เกี่ยวข้อง ทั้ง 2 รายการ ได้แก่ รายการ ต่างคนต่างคิด ออกอากาศวันที่ 8 ม.ค.58 และรายการ ทุบโต๊ะข่าว เสาร์ อาทิตย์ ออกอากาศวันที่ 25 ต.ค. 58 ตามที่ได้รับหนังสือด่วนมากจากคณะทำงานติดตามสื่อ คสช. SET ปิดช่วงเช้าพุ่ง 11.92 จุด ADVANC ซื้อ-ขายสูงสุด 1.37 พันลบ. กองทุนใหญ่ไล่เก็บ MC เข้าพอร์ตเพิ่มรวมถือเกิน 5%สัมมนาที่ไม่ควรพลาดแห่งปี 59 เมื่อปรมาจารย์แห่งโหรหุ้นเมืองไทย หมอไพศาล ปะทะ เด็กแนว กับงานสัมมนา รุ่งหรือริ่ง กับหุ้นปีลิง วันที่ 30 ม.ค.59 โรงแรมดิเอ็มเมอรัล รัชดา เวลา 12.00-17.00 น.เดิมที เนื้อหาของร่างประกาศฉบับนี้ที่สำนักงาน กสทช. นำเสนอให้ที่ประชุม กทค. พิจารณาในการประชุมครั้งที่ 17/2558 เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2558 ได้มีการยกเลิกการกำหนดให้กิจการวิทยุสมัครเล่นเป็นกิจการรองของการใช้งานย่านความถี่ 50 54 MHz ซึ่งสอดคล้องกับข้อเสนอแนะและข้อคิดเห็นจากการจัดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ โดยมีผู้เห็นด้วยกับการยกเลิกราว 30,000 ราย ส่วนผู้ที่ไม่เห็นด้วยมีจำนวน 635 ราย แต่ปรากฏว่าในการประชุมครั้งดังกล่าว กทค. ได้มีการลงมติด้วยเสียงข้างมากให้กำหนดกิจการวิทยุสมัครเล่นไว้เป็นกิจการรองต่อไปจนกว่าผลการศึกษาการใช้งานคลื่นความถี่ร่วมกันระหว่างกิจการและการแก้ไขเชิงอรรถระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องจะแล้วเสร็จคำแนะนำของ ASL ซื้อระยะสั้นเน้นยืน 24.70 แนวต้าน 25.50 ผ่านเป็น Buy,ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้น บริษัท เอทีพี 30 จำกัด (มหาชน) หรือ ATP30 ณ เวลา 10.23 น.อยู่ที่ 1.01 บาท บวก 0.05 บาท หรือ 5.21% สูงสุด 1.04 บาท ต่ำสุด 1.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 9.04 ล้านบาท ทั้งนี้ ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นวันนี้เป็นวันที่ 3 วันนับตั้งแต่วันที่ 6 ม.ค.59ตามที่กล่าวมาในข้างต้น SCI เป็นหุ้นที่มีปัจจัยบวกทั้งในระยะสั้นและระยะยาว นอกจากนี้ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ราคาหุ้น SCI ตกลงมาค่อนข้างมาก มองว่าช่วงเวลานี้เป็นโอกาสที่ดีสำหรับนักลงทุนในการทยอยซื้อหุ้น SCI บริษัทมีการจ่ายเงินปันผลจำนวน 441 ล้านบาทในช่วงก่อนจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยคาด Dividend Yield ปี 2559 สูง ที่ประมาณ 4.7% ทำการประเมินราคาพื้นฐานปี 2559 ที่ 7.70 บาท อิง PER กลุ่มอุตสาหกรรมที่ 19 เท่า แนะนำ ซื้อ วันที่ จำนวนหุ้นที่จำหน่าย ชื่อผู้ถือหุ้น ร้อยละแรงกดดันจากความกังวลเศรษฐกิจจีนกลับมาหลอกหลอนกันอีกครั้ง แม้ว่าเช้าวันนี้ ธนาคารกลางจีน (PBOC) จะประกาศค่ากลางเงินหยวนไว้ที่ 6.5626 หยวนต่อดอลลาร์ (แข็งค่าเล็กน้อย) ซึ่งเป็นการต่อเนื่องจากที่ได้ปรับค่ากลางเงินหยวนแข็งขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (ถือเป็นครั้งที่สองในรอบ 10 วัน,วาระอื่นๆน่าติดตาม ได้แก่ วาระแจ้งเตือน บ.กานต์มณี เน็ตเวิร์ค จำกัด ช่องรายการ Movie Hits ให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ตามที่สำนักงานได้ตรวจสอบพบว่า มีการนำบางรายการพร้อมขึ้นโลโก้ ทีวีพูล ของ บ.ไทยทีวี จำกัดที่มุมขวาด้านบนของจอทีวี โดยไม่ได้มีการแจ้งเปลี่ยนแปลงผังรายการก่อนแต่อย่างใด ซึ่งเข้าข่ายเป็นการกระทำที่ผิดเงื่อนไขและกฎหมายที่กำหนดไว้ วาระขอรับแนวทางการขอปรับปรุงการใช้ย่านความถี่ 2536 2690 MHz ของ บ.อสมท. จำกัด(มหาชน) วาระการอนุมัติผังรายการหลักประจำปี 2559 ของช่องรายการดิจิตอลทีวี วาระการขอเปลี่ยนแปลงชื่อช่องรายการ GMM Channel เป็นช่องรายการใหม่ GMM 25 และวาระอื่นๆ ซึ่งสามารถติดตามผลการประชุมได้ในวันจันทร์นี้、ilucky casino、 APCS เข้าซื้อหุ้น “บ.ชลกิจสากล” มูลค่า 224 ลบ. เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ ,นายเติ้ง เขอ โฆษก CSRC ระบุในแถลงการณ์ว่า ด้วยเหตุที่ในขณะนี้ ผลกระทบเชิงลบของมาตรการเซอร์กิตเบรกเกอร์มีมากกว่าผลในเชิงบวก ทางคณะกรรมการฯ จึงตัดสินใจที่จะระงับการใช้เซอร์กิตเบรกเกอร์ เพื่อรักษาเสถียรภาพในตลาด มูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์ทั้งหมด (Total Market Turnover) 36,921.30 ล้านบาท。

2.การชำระเงินงวดที่ 3 จำนวน 21,500,000 บาท จะชำระในวันที่การซื้อขายเสร็จสมบูรณ์ ภายหลังจากที่บริษัทได้ชำระค่าหุ้นงวดที่ 2 แล้วทั้งนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรพุ่งขึ้น 292,000 ตำแหน่งในเดือนธ.ค. จากระดับ 252,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ย. ขณะที่อัตราการว่างงานทรงตัวที่ระดับ 5.0% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 7 ปีครึ่งS50H16/757.30,S11 (ราคาปิดภาคเช้า 8.05)ขณะที่ ตลท. ได้ทำการปลดเครื่องหมาย Hรอบเช้าเวลา 11:15 น. หลัง KAMART ชี้แจงข้อมูลดังกล่าวเดิมที เนื้อหาของร่างประกาศฉบับนี้ที่สำนักงาน กสทช. นำเสนอให้ที่ประชุม กทค. พิจารณาในการประชุมครั้งที่ 17/2558 เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2558 ได้มีการยกเลิกการกำหนดให้กิจการวิทยุสมัครเล่นเป็นกิจการรองของการใช้งานย่านความถี่ 50 54 MHz ซึ่งสอดคล้องกับข้อเสนอแนะและข้อคิดเห็นจากการจัดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ โดยมีผู้เห็นด้วยกับการยกเลิกราว 30,000 ราย ส่วนผู้ที่ไม่เห็นด้วยมีจำนวน 635 ราย แต่ปรากฏว่าในการประชุมครั้งดังกล่าว กทค. ได้มีการลงมติด้วยเสียงข้างมากให้กำหนดกิจการวิทยุสมัครเล่นไว้เป็นกิจการรองต่อไปจนกว่าผลการศึกษาการใช้งานคลื่นความถี่ร่วมกันระหว่างกิจการและการแก้ไขเชิงอรรถระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องจะแล้วเสร็จ2. บริษัท ดีน แอนด์ เดลูก้า เจแปน จากัด (Dean DeLuca Japan Co., Ltd)(ไม่ใช่บุคคลที่เกี่ยวโยงกัน) ถือหุ้นจำนวน 50%,Technical SET range: 1,235-1,260ADVANC ปิดที่ 144.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เผยภาวะตลาดหุ้นไทยในช่วงนี้ผันผวนและปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง จากปัจจัยต่างประเทศ โดยเฉพาะปัจจัยจากประเทศจีนที่มีความกังวลในภาวะเศรษฐจีนชะลอตัว แต่อย่างไรก็ตาม แม้ว่าตลาดหุ้นจะปรับตัวลดลงค่อนข้างมาก ทางตลาดหลักทรัพย์ฯ มองว่ามาตรการในปัจจุบันเพียงพอและสามารถบริหารจัดการ การดำเนินการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์ได้อย่างดี โดยยังไม่ต้องมีการเพิ่มมาตรการเข้ามาช่วยเหลือแนวรับ : 5.5 +/- , HFT บวกเกือบ 4% รับคำสั่งซื้อยางล็อตใหญ่ใน Q4/58 มีแนวโน้มจ่ายปันผลสูงทั้งนี้ บริษัทมองธุรกิจผู้ให้บริการอาหารมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง แนวโน้มพฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ให้ความสำคัญกับสินค้าและบริการด้านอาหารที่มีทั้งคุณภาพ ปลอดภัย ได้มาตรฐาน และความสะดวกรวดเร็ว โดยปีนี้บริษัทตั้งเป้าขยายธุรกิจศูนย์อาหารเพิ่มอีก 5 สาขา เน้นทำเลที่มีคนเมืองใช้บริการหนาแน่น เช่น โรงพยาบาล อาคารสำนักงาน และสถาบันการศึกษา ที่มีขนาดพื้นที่ตั้งแต่ 500 ตารางเมตร ถึง 2,000 ตารางเมตร และตั้งเป้าขยายธุรกิจ Catering เพิ่มอีก 6 แห่ง โดยเน้นเจาะลูกค้ากลุ่มโรงพยาบาลและสถาบันการศึกษาชั้นนำทั่วประเทศ ปีนี้เราตั้งเป้าว่ากำไรจะพยายามไม่ให้น้อยกว่าปีที่แล้ว โครงการ UHV ที่แล้วเสร็จจะสร้างมาร์จิ้นให้เรา 1-2 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล สถานการณ์ตอนนี้เราต้องทบทวนใหม่ จากก่อนหน้านี้บอกว่าราคาเบนซิน (แก๊สโซลีน) ไม่ค่อยดี แต่ตอนนี้พลิกกลับเบนซินกลับดี กำลังดูใหม่และอาจต้องมีการปรับโหมดในการผลิตด้วยเพื่อทำอย่างไรให้ได้เบนซินเพิ่มมากขึ้น จริงๆเราเคยบอกมาร์จิ้นโครงการ UHV จะทำได้ 2-4 เหรียญฯ แต่ตอนนี้บอกแค่ 1-2 เหรียญฯเท่านั้นเอง เพราะสถานการณืโพรพิลีนไม่ค่อยดี เราต้องรอจนกว่าการขยายโพลีโพรพิลีน(PP) ของเราแล้วเสร็จ นายสุกฤตย์ กล่าวกลยุทธ์การลงทุนวันนี้ แนะนำให้ทำการลดสถานะ Short Position หันมาถือครองสถานะ Long Position โดยใช้กลยุทธ์ลงซื้อขึ้นขาย และปรับพอร์ตให้เร็วตามสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลง โดยทองคำมีโอกาสทดสอบ 1,133 เหรียญ ซึ่งเป็นระดับเส้นค้าเฉลี่ย 100 วันของนักลงทุนรายวัน เนื่องจากภาพรวมตลาดหุ้นจีนยังไม่สงบ,IVL Support 20 Resistance 20.90 / 21.20 Cut loss 19.60 ,และ 3) ความตึงเครียดระหว่างซาอุดิอาระเบียกับอิหร่าน ซึ่งประเด็นทั้งหมดข้างต้นนี้กดดันทำให้นักลงทุนหันกลับมาซื้อทองคำในฐานะ Safe-Heaven อีกครั้งหนึ่ง และค่าเงินดอลลาร์ออกมาแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับค่าเงินในภูมิภาคเอเชียเกือบทั้งหมด ขณะที่กองทุนทองคำ SPDR วานนี้ทำการซื้อเข้า 4.16 ตันเป็นครั้งแรกในปีนี้ โดยถือครองทองคำเพิ่มขึ้นที่ระดับ 645.13 ตันในปัจจุบันปัจจุบันฐาน Expected PER 13 เท่าที่ 1,222 จุด ถือเป็นระดับที่น่าสนใจ เพราะต่ำกว่าระดับPER เฉลี่ย 10 ปีที่ 13.2 เท่า ขณะที่ PBV ณ ระดับ 1,222 จุดจะต่ำกว่า -1SD เหมาะแก่การเข้าซื้อสะสมเพื่อลงทุนระยะยาว แต่ความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดหุ้นทั่วโลกยังมีอยู่ การเข้าซื้อสะสมหุ้น ยังไม่ควรรีบร้อนช้อนทุกตัวที่ลงหนัก แต่ให้เน้นไปที่หุ้น Top Pick ของฝ่ายวิจัยคำค้น APCS บริษัท บูรพาทัศน์ (1999) จำกัด48/5-6 ชั้น 2 ซ.รุ่งเรือง ถนน รัชดาภิเษก แขวง สามเสนนอก เขต ห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10320The Siam Commercial Bank(SCB TB; THB 114.00) ซื้อ。

Will 2019 see an increased chance for military confrontation in Asia?

Flashpoints and Arms Races to Watch in 2019

In this Friday, April 13, 2018, file photo released by Military News Agency, Taiwan’s President Tsai Ing-wen, second from left, inspects on a Kidd-class destroyer during a navy exercise off the northeastern port of Su’ao in Yilan County, Taiwan. Tsai boarded a navy destroyer to review military drills ahead of planned war games by rival China.

Credit: Military News Agency via AP, File

The 2019 security outlook for Asia, as in past years, is dominated by a number of regional flashpoints that include the Korean Peninsula, the South and East China Seas, as well as the Taiwan Strait, all of which have the potential to trigger a military confrontation. Nonetheless, there appears to be a reduced risk for open military clashes in all of the four cases in the next 12 months.

Simultaneously, 2019 will likely see an intensification of the war in Afghanistan, amid ongoing peace negotiations?and?the suggested withdrawal of 7,000 U.S. troops from the country;?the presidential election scheduled for the spring?may be postponed. Other areas our readers should watch include:?a possible uptick in violence in Jammu and Kashmir as a result of the 2019 Indian general elections (especially in combination with large-scale, ostensibly Pakistani-sponsored terror attacks, which might compel Indian Prime Minister Narendra Modi to retaliate more forcefully in 2019 than in a non-election year), the usual chance of South Asian border disputes getting out of control, ?and increased naval competition between India, China, and Pakistan in the Indian Ocean. Naval competition is especially noteworthy as all three states are in the process of fielding, or already have deployed, nuclear-armed submarines.

Overall, 2019 will see a general diffusion of military capabilities in the Indo-Pacific region without any single state being capable of dominating the region militarily. While China will remain the region’s top military power, it qualitatively still cannot compete with the much smaller South Korean and Japanese militaries, let alone U.S. forces. In turn, the United States is no longer capable of militarily dominating the region as it had during the 1990s and 2000s. Consequently, an uneasy balance of power is expected to prevail in the region.

Flashpoints

First, should North Korea continue to refrain from further testing of nuclear weapons or long-range missiles, 2019 will most likely be dominated by summit diplomacy with North Korean leader Kim Jong Un possibly parlaying face-to-face with Russia’s Vladimir Putin, Japan’s Shinzo Abe, South Korea’s Moon Jae-in, and the United States’ Donald Trump.? Conversely, a major known unknown will be the reaction of the U.S. president once it will become clearer in 2019 that Pyongyang will not relinquish its nuclear deterrent.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Second, while the United States, along with its regional allies and partners, will continue to carry out freedom of navigation operations (FONOP)?challenging excessive maritime claims in the South China Sea that will draw the ire of Beijing, the Association of Southeast Asian Nations (ASEAN) and China are expected to complete the first draft of a South China Sea Code of Conduct in 2019. Following a steady Chinese military buildup in the contested waters over the past years, an uneasy military stalemate will likely continue to hold throughout the next 12 months.

Third, after tensions between China and Japan in the East China Sea spiked in 2012, last year saw a number of Chinese intrusions into Japan’s contiguous marine zone. Yet, the past 14 months have nevertheless seen a marked diffusion of bilateral tensions — a trend expected to continue into 2019. Both countries will push on with the implementation of East China Sea crisis management and communication mechanisms, officially agreed to in December 2017. Chinese President Xi Jinping will also make his first official visit to Japan in June 2019.

Fourth, while China has stepped up its military pressure on Taiwan throughout 2018, including long-range bomber patrols?and naval exercises in close vicinity to the island (the People’s Liberation Army openly seeks readiness to invade Taiwan by 2020), a cold peace between Taipei and Beijing is likely to prevail throughout 2019. Nonetheless, the Taiwan Travel Act, a U.S. law enacted to revitalize reciprocal visits between the U.S. and Taiwan by high-level government officials and signed into law in 2018, as well as a $1 billion U.S. arms package for Taiwan, is bound to increase tensions throughout 2019.

The 2019 Arms Races

All Asian powers are expected to continue their military modernization programs throughout 2019 with six regional states likely making the 2019 top 10 global military spenders’ list. Here are several military hardware developments worth keeping an eye on:

First, India is expected to induct its most advanced nuclear-capable intercontinental ballistic missile (ICBM), the Agni-V,?to date in the first quarter of 2019. With its increased range and accuracy, the introduction of this new weapon system could pose a problem for long-term strategic stability in Asia. India is also expected to conduct its first real nuclear deterrence patrol in 2019. Long term strategic stability could be further undermined by Pakistani efforts to field a submarine-launched cruise missile (the Babur-3) and a medium-range ballistic missile?fitted with multiple independently targetable re-entry vehicles, or?MIRVs.

Second, China will continue to produce units composed of one of the region’s most advanced long-range air defense system, the Russian-made S-400?Triumf?(NATO reporting name: SA-21 Growler)?into service, which will significantly boost the People’s Liberation Army anti-access capabilities, especially around Taiwan. (Taipei, meanwhile, will continue its development of an indigenous submarine force ?as well as push for the sale of F-35Bs.) China’s first domestically designed and built aircraft carrier, the Type 002 (CV-17), could also enter service as early as the fourth quarter of 2019 further boosting China’s blue water navy capabilities. Notably, the next 12 months may also witness the first operational deployment of a hypersonic glide vehicle (HGV), the DF-17, with significant implications for strategic relations in Asia.

Third, Russia is back as a major military power in the Asia-Pacific. In 2019, the Russian Eastern Military District — the military arm responsible for operations across the Pacific — is expected to receive more than 6,240 pieces of new and upgraded military equipment. 2019 will likely see the delivery of the nuclear-powered ballistic missile submarine Knyaz Vladimir, the Russian Navy’s first upgraded Project 955A?Borei II-class boomer, to the Pacific Fleet. ?Russia’s Strategic Missile Forces are also slated to receive their first HGV in 2019. Additionally, the first batch of Sukhoi Su-57 fighter aircraft, Russia’s first indigenously designed and built fifth-generation stealth fighter jet, is expected to be be delivered to the Russian Air Force in late 2019. Finally, Russia is expected to commission its largest nuclear-powered icebreaker in 2019, whose primary mission will be to clear passages for ship traffic on the Northern Sea route, which runs along the Russian Arctic coast from the Kara Sea to the Bering Strait.

Fourth, the air forces of Australia, Japan, and South Korea will also continue to induct their fleets of F-35A Lightning II Joint Strike Fighters in 2019. These aircraft will primarily serve as platforms for long-range air-to-surface/air-to-air standoff missiles. The Diplomat readers should pay special attention to these weapons systems as they will be an important factor in determining the military balance in East Asia and beyond. Other noteworthy developments to keep an eye on in 2019 are bilateral drills involving Japan’s recently stood up Amphibious Rapid Deployment Brigade, South Korea’s continuous development of its?Kill-Chain pre-emptive strike capabilities, and Australia’s SEA 1000 Future Submarine Program.

Another important development to follow will be Japanese deliberations over the procurement of?vertical or short takeoffs and vertical landings F-35Bs and to convert the?Izumo-class of helicopter destroyers into full-fledged aircraft carriers to accommodate the new aircraft. Additionally, readers should pay special attention to Vietnam’s defense deals in 2019. Russia and Vietnam are in final talks over the purchase of 24 Su-35S “Flanker-E” multirole fighter jets — assumed to be delivered in two batches of 12 — with details of the contract reportedly finalized during the visit of Russian Defense Minister Sergei Shoigu to Hanoi in January 2018. Negotiations over the acquisition of two S-400?Triumf? batteries are purportedly also at an advanced stage.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

The United States is expected to maintain a similar force posture in the Asia-Pacific as in 2018 with no major changes save for the deployment of an additional three-ship amphibious ready group (ARG) into the region. Additionally, the U.S. will maintain its continuous bomber presence mission as well as its only forward-deployed? Nimitz-class supercarrier, along with no significant increase or decrease of U.S. ground forces in the Asia-Pacific region. Notably, however, the U.S. could quietly begin negotiating with Japan and South Korea over the deployment of future U.S. ground-launched ballistic and cruise missiles on their territories following the termination of the INF treaty, which could make 2019 a particular eventful year for nuclear diplomacy in Asia. 2019 will also likely see the first deployment since 2017 of a Littoral Combat Ship to the region.

While next year will not see a Rim of the Pacific Exercise (RIMPAC), and scaled down Foal Eagle and Key Resolve exercises, The Diplomat readers should follow the first ever tri-services joint exercises between India and the United States in 2019, the first ASEAN-U.S. Maritime Exercise, ?as well as the annual iterations of the Russia-China “Peace Mission” and “Joint Sea” military drills. Interestingly, the 23rd rendition of the Malabar naval exercise, involving aircraft and ships from Indian Navy, the U.S. Navy, and the Japan Maritime Self Defense Force, is expected to take place in Japanese waters for the first time in 2019.

Outlook

Notably, the absence of a single dominating regional military power in combination with the proliferation of advanced military capabilities in the Asia-Pacific region increases the chances of miscalculation when it comes to assessing the costs and benefits of limited war. The Asia-Pacific region will remain the most militarized region in the world in 2019. The three largest defense budgets in the world are in countries with significant military assets in the region:?the United States, China, and Russia.

This should not distract from the optimistic outlook that 2019 will likely see a reduced risk for military confrontation. The Diplomat readers should, however, keep in mind: Despite our best efforts, the next major military confrontation in the Asia-Pacific, like most military conflicts, will almost certainly come as an apparent surprise and when least expected.

Franz-Stefan Gady is a Senior Editor with the The Diplomat and Senior Fellow with the East West Institute. He tweets @hoanssolo.?