China, What's Next?

sbobetsh888: China’s Challenges: Environment

ตรวจ ล๊ อ ต ตา รี่ วัน นี้,ทั้งนี้ บริษัทเห็นว่าบริษัทไม่ได้ปฏิบัติผิดสัญญาต่อ สพฐ.บริษัทจึงไม่ต้องรับผิดตามสัญญาซื้อขายฯ และไม่ต้องรับผิดต่อ สพฐ. นอกจากนี้ รัฐบาลได้ยกเลิกโครงการจัดซื้อแท็บเล็ตดังกล่าวไปแล้ว BCP เผย “สรากร-วิรัตน์” ลาออกบอร์ด มีผล 22 พ.ค.58 สำหรับแนวโน้มผลประกอบการในช่วงไตรมาส 2/58 โดยคาดว่ารายได้จะเติบโตราว 10-20% จากไตรมาส 1/58 ที่มีรายได้ 3.8 พันล้านบาท และกำไรสุทธิจะดีกว่าไตรมาส 1/58 ที่ 554.9 ล้านบาท โดยบริษัทตั้งเป้าที่จะรักษาอัตรากำไรสุทธิให้อยู่ในระดับที่ไม่ต่ำกว่า 13% โดยได้รับผลดีจากราคาเอทานอล ที่ปรับตัวดีขึ้น และปริมาณการขายเยื่อกระดาษปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นด้วยแถว ๆ 8.50 บาทก่อน ส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 7.15 บาท,นอกจากนี้บริษัทได้มีการปรับแผนการเปิดสาขาใหม่เพิ่มเป็นไม่ต่ำกว่า 8 สาขา จากเดิมที่มีแผนเปิด 5 สาขา งบลงทุนไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อ 1 สาขา และอยู่ระหว่างวิจัยและพัฒนาเครื่องใช้ไฟฟ้าใหม่เพิ่ม โดยในปีนี้คาดว่าจะมีสัดส่วนรายได้จากเครื่องกรองน้ำ 95% และ เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆอีก 5% จากปีในช่วงไตรมาส 1/58 บริษัทมีสัดส่วนรายได้จากเครื่องกรองน้ำ 96% และเครื่องใช้ไฟฟ้า 4%กำไรต่อหุ้นของตลาดในปี 58 และ 59 อยู่ที่ 96.8 บาท (ลดลงจากประมาณการครั้งก่อนที่ 107.0 บาท) และ 109.5 บาท มีอัตราการเติบโตของกำไรต่อหุ้น (EPS Growth) ปี 58 อยู่ที่เฉลี่ย ร้อยละ 22.1 สูงกว่าคาดการณ์ครั้งก่อนที่ ร้อยละ 15.0 สำหรับปี 59 คาดว่าจะอยู่ที่เฉลี่ย ร้อยละ 13.0ราคาปิด 2.68 แนวรับ 2.64-2.60 , 2.56-2.5 แนวต้าน 2.70-2.80ตรวจ ล๊ อ ต ตา รี่ วัน นี้,สำหรับแนวโน้มผลประกอบการในช่วงไตรมาส 2/58 โดยคาดว่ารายได้จะเติบโตราว 10-20% จากไตรมาส 1/58 ที่มีรายได้ 3.8 พันล้านบาท และกำไรสุทธิจะดีกว่าไตรมาส 1/58 ที่ 554.9 ล้านบาท โดยบริษัทตั้งเป้าที่จะรักษาอัตรากำไรสุทธิให้อยู่ในระดับที่ไม่ต่ำกว่า 13% โดยได้รับผลดีจากราคาเอทานอล ที่ปรับตัวดีขึ้น และปริมาณการขายเยื่อกระดาษปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นด้วย นายฮารุฮิโกะ คูโรดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ได้ออกมาแสดงทัศนคติเชิงบวกต่อเศรษฐกิจในประเทศ ซึ่งช่วยลดความสับสนของนักลงทุน หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้มีการเปิดเผยรายงานประเมินเศรษฐกิจที่แทบไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากรายงานฉบับก่อน โดยปัจจุบันญี่ปุ่นยังไม่จำเป็นต้องมีการผ่อนคลายนโยบายเพิ่มเติม เพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อที่ 2% Opportunity Day: (22 พ.ค.) TOP TTA SSI KTIS PTT //(25 พ.ค.) PSL PTTGC TSR CHO BCP IRPC //(26 พ.ค.) TVD ARROW PJW PPS TVT //(27 พ.ค.) NWR LIT ROBINS // (28 พ.ค.) COL AH PYLON BJC // (2 มิ.ย.) MEGA CNT S PTG BAแนวรับ 2.00-2.06 บาทหุ้นกลุ่มพลังงานดีดตัวขึ้น โดยหุ้นบีพีปรับขึ้น 1.3% และหุ้นทรานส์โอเชียนพุ่งขึ้น 3.5% หลังจากทรานส์โอเชียนสามารถยุติคดีความกับบีพีในกรณีเกิดเหตุการณ์น้ำมันรั่วในอ่าวเม็กซิโกเมื่อปี 2553วันนี้เงินบาทปรับตัวอ่อนค่าต่อเนื่องตลอดทั้งวัน สาเหตุหลักน่าจะมาจากตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่ประกาศออกมาเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะตัวเลขเงินเฟ้อ(CPI) ปรับตัวดีขึ้นเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน จึงทำให้ดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่นๆ ขณะที่สกุลเงินในภูมิภาคปรับตัวอ่อนค่าลงเช่นกันโดยการที่คาดว่าจะกลับมาทำกำไรได้ในไตรมาส 3 เนื่องจากแนวโน้มตลาดระยะสั้นเริ่มแสดงสัญญาณการฟื้นตัว หลังจากราคาเหล็กลดลงอย่างต่อเนื่องในทุกตลาดของโลกติดต่อกันถึง 7 เดือน ขณะนี้เริ่มมีสัญญาณบวกในบางตลาด มีการปรับขึ้นราคาสำหรับผลิตภัณฑ์เหล็กบางประเภทในสหรัฐฯ ตลาดยุโรปตอนเหนือ และตุรกี ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ แร่เหล็กและเศษเหล็ก ที่มีแนวโน้มราคาสูงขึ้น ยังเป็นแรงผลักดันราคาผลิตภัณฑ์เหล็กด้วยSITHAI (BUY:[email protected]) : แม้ศก. ไทยยังชะลอแต่คาดทั้งปี 58 กำไรยังโต 25.3%YoY จากอานิสงค์ของราคาเม็ดพลาสติกที่ปรับตัวลงตามราคาน้ำมันซึ่งหนุนให้มีมาร์จิ้นดีขึ้น อีกทั้งยังคงแผนขยายธุรกิจและเพิ่มสินค้าใหม่ทั้งในและต่างประเทศ + มี Catalyst จากนำบ.ลูกที่เวียดนามเข้าตลาดในปี 60 และคาดให้ Div. Yield ปีละ 5% จึงแนะนำ ซื้อ PPP ปิด 8.00 +0.55 +7.38%, PYLON คว้างานเพิ่ม 3 โครงการ รวมมูลค่า 146.32 ลบ.สำหรับการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นใหญ่ในครั้งนี้ ทำให้โครงสร้างผู้ถือหุ้นของ TNITY เปลี่ยนไป ดังนี้ นายแพทย์นิติพล ชัยสกุลชัย สัดส่วน 19.44% บริษัท คอม-ลิงค์ จำกัด สัดส่วน 14.19% กลุ่มโกวิทวัฒนพงศ์ สัดส่วน 4.83% ผู้ถือหุ้นทั่วไป61.54%BTSดีดตัวขึ้นผ่านกรอบ Sideways กลับขึ้นมายืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 3 เดือนได้ เครื่องมือ MACD พลิกกลับมาเป็นบวกวันแรก แนวต้านแรกบริเวณ 9.60 บาท ถัดไปที่บริเวณ 9.80 บาท。

แนวรับ 995*, 990 แนวต้าน 1002-1005*?แถว ๆ 8.50 บาทก่อน ส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 7.15 บาท กลยุทธ์: เลือกเก็งกำไรหุ้นเป็นรายตัว เราคาดตลาดแกว่งตัวในกรอบ 1,515-1,550 จุด สำหรับกลยุทธ์ แนะนำเลือกเก็งกำไรหุ้นรายตัวที่มีผลการดำเนินงานฟื้นตัวชัดเจน และมีปัจจัยบวกในครึ่งปีหลัง อาทิ กลุ่มท่องเที่ยว สื่อสาร เป็นต้นบล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ (25 พ.ค.) แนะนำซื้อเก็งกำไร PLANB เป้าพื้นฐาน 5.6 บาท แนวรับ 4.9 บาท แนวต้าน 5.2 บาท คาดงบไตรมาสแรกเป็นจุดต่ำสุดของปี (กำไรโต 53% จากช่วงเดียวกันในปีก่อน) ฟิทช์ เรทติ้งส์ ประกาศคงอันดับความน่าเชื่อถือของธนาคารพาณิชย์รายใหญ่ 4 รายของไทย โดยคงอันดับเครดิตสากลระยะยาว (Long-Term Issuer Default Rating (IDR) ของ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB ไว้ที่ BBB+ PTTGC มูลค่าการซื้อขาย 838.23 ล้านบาท ปิดที่ 66.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท,กราฟราคาหุ้นตกต่ำมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ลงยังกะเจ้าของทิ้งหุ้น แต่คิดว่าไม่เป็นเช่นนั้น การลงแบบนี้ทำให้เกิด Oversold และสามารถเด้งกับได้แรงเมื่อถึงเวลาอันเหมาะสม ซึ่งก็คือในช่วงนี้นั่นเองเนื่องจากเริ่มมี story ใหม่ๆ เข้ามา มองการดีดตัวตามสัญญาณกราฟที่เกิด Bottom out จะเด้งกลับไปที่ระนาบใกล้ 2.34 บาท น่าติดมือไว้ ของราคาถูกงี้ ความเสี่ยงถือว่าน้อยGFM15:19240 ปรับตัวลดลงต่อเนื่องมาทดสอบแนวรับที่ 19200-19250 ในขณะที่ราคาทองคำสร้างฐานเหนือระดับ US$1200 เราจึงแนะนำให้กลับเข้าไป Open Long ที่บริเวณแนวรับ 19200-19250 และ 19000 เพื่อคาดหวังการปรับตัวเพิ่มขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ 19500 และ 19700,อย่างไรก็ดี บริษัทเชื่อว่าคำสั่งศาลดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบในทางลบอย่างมีนัยสำคัญต่อการประกอบกิจการและการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของบริษัทฯ และบริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด เนื่องจากในช่วงระยะเวลาที่ผ่นมา ดีแทค ไตรเน็ต ได้เร่งขยายพื้นที่ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในระบบ 3G อย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับความต้องการใช้บริการด้านข้อมูลของผู้ใช้บริการ、เกม ออนไลน์ ฟรี ได้ เงิน จริง、 Opportunity Day: (22 พ.ค.) TOP TTA SSI KTIS PTT //(25 พ.ค.) PSL PTTGC TSR CHO BCP IRPC //(26 พ.ค.) TVD ARROW PJW PPS TVT //(27 พ.ค.) NWR LIT ROBINS // (28 พ.ค.) COL AH PYLON BJC // (2 มิ.ย.) MEGA CNT S PTG BA,สำนักข่าวอินโฟเควสท์ รายงานตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ โดยเงินเยนที่อ่อนค่าได้ช่วยหนุนตลาดหุ้นญี่ปุ่นบวกขึ้นโดยกระทรวงการคลังกำลังคิดเรื่องการออกกฎหมายนี้อยู่ ซึ่งส่วนตัวมองว่าเป็นเรื่องจำเป็น เพราะแต่ละปีรัฐบาลต้องหาเงินมาจ่ายชำระหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยจำนวนมาก ขณะที่ตอนนี้เรากำลังปรับปรุงโครงสร้างภาษีเพื่อหารายได้เพิ่ม หากจะเอาเงินในส่วนนี้มาใช้หนี้ เม็ดเงินที่เป็นประโยชน์ก็จะไม่ตกถึงประชาชนพอร์ตเปิด Long ที่บริเวณ 1200-1210 ดอลลาร์ ถือรอปิดขายทำกำไรบริเวณ 1230/1250 ดอลลาร์ ตัดขาดทุนกรณีอ่อนตัวหลุด 1190 ดอลลาร์,ทั้งนี้ผลการดำเนินงานดังกล่าวที่ลดลง เนื่องจากรายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ รายได้สื่อโฆษณาในโมเดิร์นเทรดที่ลดลงส่วนการขยายกิจการต่างประเทศจะมีการศึกษาอย่างจริงจังในปี 59 โดยมองประเทศที่มีความเป็นไปได้ในการเข้าไปลงทุนคือ เวียดนาม อินโดนีเซีย และ ฟิลิปปินส์ โดยรูปแบบจะเป็นการเข้าไปร่วมทุนกับพันธมิตรท้องถิ่นเพื่อตั้งสาขา。

The environmental limits on China’s current road of economic growth will become increasingly apparent over the next five years, prompting policymakers to either change direction or brace for a nasty collision.

China’s Challenges: Environment
Credit: Leo Fung

The environmental limits on China’s current road of economic growth will become increasingly apparent over the next five years, prompting policymakers to either change direction or brace for a nasty collision.

Their ability to do so will depend on what they are driving—which remains open to question. For all the talk of the ‘Chinese model,’ nobody can seem to agree whether it’s a juggernaut or a jalopy.

From a purely economic perspective, it looks very much like a juggernaut. Having overtaken Japan and still motoring along at double-digit pace with a fifth of the world’s population on board, the speed and size of China’s GDP is awe-inspiring. But from an environmental viewpoint, it more closely resembles a jalopy—belching fumes, wasting fuel and constantly in need of a radiator refill.

Over the past five years, China has become the world’s biggest energy consumer and greenhouse gas emitter. Its longstanding problem of water scarcity in the north has been compounded by pollution, overuse and drought, to leave an accumulated deficit of more than 200 billion cubic meters.

These problems show no signs of abating without an overhaul. On the latest trends of population growth, rising affluence and energy use, the emissions of the average person in China will surpass those of Europeans within five years and Americans within 10. Demands for water, energy, food and almost every other resource will also intensify, despite warnings that they are already beyond sustainable levels.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Until now, Beijing has managed to avert a crisis with a series of supply-side solutions to provide more water and fuel, while tinkering with the engine mid-drive.

It has embarked on the world’s biggest hydro-engineering project—the South-North Water Diversion Project—to channel rivers to the dry north. It has intensified diplomatic and trade efforts to secure coal, oil, timber and other resources in Australia, Africa and South America—adding to the competitive pressures with the United States. And it has boosted the efficiency of its industrial sector by investing heavily in new power plants and renewable energy.

The upgrade to a sleeker, low-carbon economy is an expensive and difficult task that is a long way from completion, but China appears ready to pay. Last year, it invested $34 billion in ‘clean technologies’ compared to the United States’ $18 billion, according to the World Resources Institute. The two biggest alternative energies—hydro and nuclear—will see a rapid expansion over the next decade, though they too have an environmental cost. Wind energy generating capacity is growing fast (China became number one in this field too last year), but more than a third isn’t yet connected to the grid. Development of solar power, eco-cities and electric vehicles has even further to go, but the government has committed considerable funds to realise these goals.

It has been far less willing to implement demand-side constraints, which is understandable given the relatively low living standards in China compared with developed nations and the fear of social instability if growth slows. Where it has been forced to impose limits—on pollution control—results have been mixed due to corruption, poor governance and the often conflicting goal of economic expansion. Given this background, the Politburo has preferred to set ‘intensity’ targets—for example on energy and carbon emissions—that are pegged to GDP.

But there are signs that this may be changing as the environmental road grows more bumpy, crowded and dry.? Beijing recently imposed its first restrictions on car ownership, cutting new registrations by more than two-thirds to alleviate traffic and pollution problems. Last month, state planners said China would impose a cap on annual water consumption of 670 billion cubic metres, as well as doubling spending on conservation and efficiency measures over the next 10 years.

In the next five-year economic plan—due to be unveiled in March—the government will also introduce pollution reduction targets for nitrogen oxide and ammonia in addition to the existing goals for sulphur dioxide and chemical oxygen demand. Along with a proposed environmental tax, this is likely to add to the costs of industry, but it should mean that China’s notorious smogs finally start to dissipate.

To the frustration of many trade partners—particularly Japan and the United States—the government is also limiting exports of rare earths used in high-tech manufacturing. This is partly justified on environmental grounds—the mining is dirty and China no longer wants to be a supplier of primary resources—but largely because it wants to move up the value chain by keeping those metals for production of home-made technology.

A still cleaner shift of direction, however, would entail an overall target to limit energy use—and by association set a peak for carbon emissions. This radical step is still being debated by five-year planners, who are trying to reduce China’s dependency on coal, which is the main source of greenhouse gas and acid rain, as well as being a blight on agricultural land and river systems. For all its investment in clean technologies, China remains addicted to this dirtiest of fossil fuels, which still supplies 77 percent of the nation’s energy.

Limiting the use of this primary fuel is essential for China and the world. Without this change, there can be no transition from carbon-burning jalopy to high-tech juggernaut and the drivers of the economy will find it harder to maintain control.

Easing off the accelerator now will be far easier than slamming the brakes later on.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Jonathan Watts is the Guardian’s Asia environment correspondent and author of ‘When a Billion Chinese Jump: How China Will Save the World – or Destroy It.’